Chapter 9
ความน่าจะเป็น
Probability
วัดโอกาสที่เหตุการณ์จะเกิดเป็นตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 1 — เริ่มจากการเขียนแซมเปิลสเปซให้ครบ ซึ่งเป็นขั้นที่ตัดสินว่าคำตอบจะถูกหรือผิด
- หลักสูตรแกนกลาง / สสวท.
- สถิติและความน่าจะเป็นเล่ม 2 บทที่ 4
- Common Core (US)
- 7.SP, S-CP
- Cambridge
- Lower Secondary Stage 9 — Statistics and probability
9.1 การทดลองสุ่มและแซมเปิลสเปซ
นิยาม
การทดลองสุ่ม (Random experiment)
การกระทำที่รู้ว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีอะไรบ้าง แต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะได้ผลใด เช่นการทอดลูกเต๋าหรือโยนเหรียญ
นิยาม
แซมเปิลสเปซ (Sample space)
เซตของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด เขียนแทนด้วย · ต้องครบและห้ามซ้ำ
นิยาม
เหตุการณ์ (Event)
สับเซตของแซมเปิลสเปซ คือกลุ่มของผลลัพธ์ที่เราสนใจ
ตัวอย่าง
โยนเหรียญสองเหรียญพร้อมกัน จงเขียนแซมเปิลสเปซ
วิธีทำ
- 1.เหรียญแต่ละเหรียญออกหัวหรือก้อย จึงจับคู่ได้ทุกแบบ
- 2.
- 3.มีสมาชิก 4 ตัว
ตอบ
ข้อควรระวัง
แซมเปิลสเปซของการโยนเหรียญสองเหรียญมี 4 แบบ ไม่ใช่ 3 · หลายคนตอบว่ามีแค่ “สองหัว หนึ่งหัว สองก้อย” แต่ “หัวก้อย” กับ “ก้อยหัว” เป็นคนละผลลัพธ์ · การนับตกตรงนี้ทำให้ความน่าจะเป็นผิดทั้งข้อ
เคล็ดลับ
ใช้ แผนภาพต้นไม้ หรือ ตารางสองทาง เมื่อมีการทดลองสองขั้น · ทั้งสองวิธีบังคับให้นับครบโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นจุดที่คนพลาดมากที่สุดในบทนี้
9.2 การหาความน่าจะเป็น
ความน่าจะเป็นเมื่อผลลัพธ์แต่ละแบบมีโอกาสเท่ากัน
= จำนวนผลลัพธ์ในเหตุการณ์ · = จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด
- ขอบเขตของค่าความน่าจะเป็น
- เสมอ
- คือเหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้เลย
- คือเหตุการณ์ที่เกิดแน่นอน
- ผลรวมของความน่าจะเป็นของทุกผลลัพธ์ในแซมเปิลสเปซเท่ากับ 1
ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์เติมเต็ม
ใช้เมื่อโจทย์ถาม “อย่างน้อยหนึ่ง” — นับตรง ๆ ยาก แต่นับ “ไม่มีเลย” ง่าย
ตัวอย่าง 1
ทอดลูกเต๋าหนึ่งลูก จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้แต้มมากกว่า 4
วิธีทำ
- 1. จึง
- 2.แต้มที่มากกว่า 4 คือ 5 และ 6 จึง
- 3.
ตอบ
ตัวอย่าง 2
โยนเหรียญ 3 เหรียญ จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้หัวอย่างน้อยหนึ่งเหรียญ
วิธีทำ
- 1.
- 2.เหตุการณ์ตรงข้ามคือไม่ได้หัวเลย ซึ่งมีแบบเดียวคือก้อยทั้งสามเหรียญ
- 3.
- 4.
ตอบ
เคล็ดลับ
เห็นคำว่า “อย่างน้อย” ให้คิดถึงเหตุการณ์เติมเต็มก่อนเสมอ · การนับ “อย่างน้อยหนึ่ง” ตรง ๆ ต้องแยกหลายกรณี แต่การนับ “ไม่มีเลย” มักมีกรณีเดียว
9.3 การทดลองสองขั้น
เมื่อทำการทดลองต่อกันสองครั้ง สิ่งที่ต้องถามก่อนเสมอคือ ขั้นแรกกระทบขั้นที่สองไหม — คำตอบเปลี่ยนวิธีนับทั้งหมด
| ใส่คืน | ไม่ใส่คืน | |
|---|---|---|
| จำนวนของในครั้งที่สอง | เท่าเดิม | ลดลงหนึ่งชิ้น |
| ผลของครั้งแรก | ไม่กระทบครั้งที่สอง | กระทบครั้งที่สอง |
| ตัวส่วนของครั้งที่สอง | เท่าครั้งแรก | น้อยกว่าครั้งแรกหนึ่ง |
ตัวอย่าง
ในถุงมีลูกแก้วแดง 3 ลูก น้ำเงิน 2 ลูก หยิบสองครั้งโดยไม่ใส่คืน จงหาความน่าจะเป็นที่ได้แดงทั้งสองครั้ง
วิธีทำ
- 1.ครั้งแรก: แดง 3 จาก 5 ลูก จึงได้
- 2.หลังหยิบแดงออกไปแล้ว เหลือแดง 2 จาก 4 ลูก จึงได้
- 3.คูณกัน:
ตอบ
ข้อควรระวัง
ถ้าโจทย์ไม่ได้บอกว่าใส่คืน ให้อ่านคำว่า “หยิบพร้อมกัน” หรือ “หยิบสองลูก” เป็นการไม่ใส่คืน · ตัวส่วนของครั้งที่สองต้องลดลง ลืมลดคือคำตอบผิด
9.4 ความน่าจะเป็นกับการตัดสินใจ
- สิ่งที่ความน่าจะเป็นบอก และไม่บอก
- บอก สัดส่วนที่คาดหวังเมื่อทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
- ไม่บอก ว่าครั้งหน้าจะเกิดอะไร
- โยนเหรียญออกหัว 5 ครั้งติด ครั้งที่ 6 ยังมีโอกาสออกหัว เท่าเดิม
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
ความเชื่อว่า “ออกหัวมาหลายครั้งแล้ว เดี๋ยวต้องออกก้อยบ้าง” เป็นความเข้าใจผิดที่มีชื่อเรียกว่า *gambler's fallacy* · เหรียญไม่มีความทรงจำ · แต่ละครั้งเป็นอิสระจากกันโดยสมบูรณ์ นี่คือประโยชน์ที่แท้จริงของบทนี้
ตัวอย่าง
เกมหนึ่งจ่ายรางวัล 100 บาทเมื่อทอดลูกเต๋าได้แต้ม 6 และเสียค่าเล่นครั้งละ 20 บาท ควรเล่นหรือไม่
วิธีทำ
- 1.
- 2.ผลตอบแทนคาดหวังต่อครั้ง บาท
- 3.ค่าเล่นคือ 20 บาท ซึ่งมากกว่าผลตอบแทนคาดหวัง
ตอบ ในระยะยาวผู้เล่นเสียเปรียบ จึงไม่ควรเล่น
🎯 Key takeaways
- เขียนแซมเปิลสเปซให้ครบก่อนเสมอ — ขั้นนี้คือขั้นที่ตัดสินว่าคำตอบถูกหรือผิด
- ใช้ได้เมื่อทุกผลลัพธ์มีโอกาสเท่ากันเท่านั้น
- และผลรวมของทุกผลลัพธ์เท่ากับ 1
- เจอคำว่า “อย่างน้อย” ให้ใช้
- หยิบไม่ใส่คืนทำให้ตัวส่วนของครั้งถัดไปลดลง · เหตุการณ์อิสระไม่มีความทรงจำ
Read it — now practise it
Generate a worksheet on this topic, or sit a timed mock paper.