Chapter 5

รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ

Two- and Three-Dimensional Shapes

ฝึกมองรูปทรงสามมิติแล้วแปลงกลับไปมาเป็นภาพสองมิติ — หน้าตัดที่ได้จากการผ่า ภาพที่เห็นจากแต่ละด้าน และรูปคลี่ที่พับกลับเป็นทรงเดิมได้

หลักสูตรแกนกลาง / สสวท.
การวัดและเรขาคณิตเล่ม 1 บทที่ 5
Common Core (US)
7.G
Cambridge
Lower Secondary Stage 7 — 3D shapes, nets, plans and elevations

5.1 รูปเรขาคณิตสามมิติ

  • ปริซึม (Prism) — หน้าตัดขวางเหมือนกันตลอดความยาว
    • ตั้งชื่อตามรูปฐาน: ปริซึมสามเหลี่ยม ปริซึมห้าเหลี่ยม
    • ฐานสองหน้าเท่ากันและขนานกัน หน้าข้างเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก
    • ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและลูกบาศก์ก็คือปริซึมสี่เหลี่ยม
  • พีระมิด (Pyramid) — มีฐานหนึ่งหน้าและยอดแหลมหนึ่งจุด
    • ตั้งชื่อตามรูปฐานเช่นกัน: พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม พีระมิดฐานสามเหลี่ยม
    • หน้าข้างทุกหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มาบรรจบกันที่ยอด
  • รูปทรงที่มีผิวโค้ง
    • ทรงกระบอก — ฐานเป็นวงกลมสองวงเท่ากัน
    • กรวย — ฐานวงกลมหนึ่งวงกับยอดแหลม
    • ทรงกลม — ทุกจุดบนผิวห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากัน

สูตรออยเลอร์ (ใช้ได้กับทรงหลายหน้า)

= จำนวนจุดยอด · = จำนวนขอบ · = จำนวนหน้า · ลูกบาศก์:

5.2 หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ

นิยาม

หน้าตัด (Cross-section)

รูปสองมิติที่ได้เมื่อใช้ระนาบผ่ารูปทรงสามมิติออกเป็นสองส่วน — เหมือนหั่นแครอทแล้วดูหน้าที่ถูกหั่น

รูปทรงตัดขนานกับฐานตัดตั้งฉากกับฐาน (ผ่านแกน)
ทรงกระบอกวงกลม (ขนาดเท่าฐานเสมอ)สี่เหลี่ยมมุมฉาก
กรวยวงกลม (เล็กลงเมื่อเข้าใกล้ยอด)สามเหลี่ยม
ทรงกลมวงกลม (ใหญ่สุดเมื่อผ่านศูนย์กลาง)วงกลม
ปริซึมสามเหลี่ยมสามเหลี่ยมเท่าฐานสี่เหลี่ยมมุมฉาก
พีระมิดฐานสี่เหลี่ยมสี่เหลี่ยม (เล็กลงเมื่อเข้าใกล้ยอด)สามเหลี่ยม
หน้าตัดที่พบบ่อย

เคล็ดลับ

จุดต่างสำคัญ: ปริซึมกับทรงกระบอกมีหน้าตัดขนานฐานเท่าเดิมเสมอ ส่วน พีระมิดกับกรวยหน้าตัดจะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะรูปทรงสอบเข้าหายอด — ถ้าจำข้อนี้ได้จะตอบคำถามหน้าตัดได้เกือบทั้งหมด

5.3 ภาพที่ได้จากการมอง

วิศวกรและสถาปนิกเขียนแบบด้วยภาพสามด้านนี้ เพราะภาพสามมิติภาพเดียวมักบอกขนาดที่แท้จริงไม่ครบ

  • ภาพด้านหน้า (front view) — มองตรงเข้าไปจากด้านหน้า
  • ภาพด้านข้าง (side view) — มองจากทางซ้ายหรือขวา
  • ภาพด้านบน (top view / plan) — มองลงมาจากข้างบน

วิธีเขียนภาพสามด้านจากกองลูกบาศก์

  1. 1มองจากทิศที่ต้องการ แล้ว ยุบความลึกทิ้ง เหลือแต่รูปร่างแบน ๆ
  2. 2นับความกว้างและความสูงที่เห็นจากทิศนั้น
  3. 3ระบายช่องที่มีลูกบาศก์บังอยู่ แม้จะอยู่ข้างหลังก็ตาม — เพราะเรามองเห็นเป็นเงาทึบ

ข้อควรระวัง

ภาพสามด้าน ไม่ได้บอกจำนวนลูกบาศก์ที่แน่นอนเสมอไป · กองสองกองที่ต่างกันอาจให้ภาพสามด้านเหมือนกันได้ ถ้ามีลูกบาศก์ซ่อนอยู่ด้านหลัง นี่คือเหตุผลที่แบบก่อสร้างจริงต้องมีตัวเลขกำกับด้วย

5.4 รูปคลี่

นิยาม

รูปคลี่ (Net)

รูปสองมิติที่ได้จากการคลี่ผิวของรูปทรงสามมิติออกมาวางบนระนาบ โดยที่พับกลับแล้วต้องได้รูปทรงเดิมพอดี ไม่ซ้อนกันและไม่มีช่องโหว่

  • รูปคลี่ที่ควรรู้
    • ลูกบาศก์ มีรูปคลี่ที่ต่างกัน 11 แบบ (ไม่นับที่หมุนหรือพลิกแล้วซ้ำกัน)
    • ทรงกระบอก = สี่เหลี่ยมมุมฉาก 1 รูป + วงกลม 2 วง · ด้านยาวของสี่เหลี่ยมต้องเท่าเส้นรอบวงพอดี
    • กรวย = ส่วนของวงกลม (sector) 1 ชิ้น + วงกลม 1 วง
    • ทรงกลม ไม่มีรูปคลี่ — คลี่ให้แบนสนิทไม่ได้ (นี่คือเหตุผลที่แผนที่โลกทุกแบบบิดเบี้ยว)
  • วิธีตรวจว่ารูปคลี่ใช้ได้ไหม
    • นับจำนวนหน้าให้ตรงกับรูปทรง (ลูกบาศก์ต้องมี 6 รูป)
    • ลองพับในใจทีละหน้า ดูว่ามีสองหน้าไหนทับกันหรือไม่
    • เทคนิค: ในรูปคลี่ลูกบาศก์ หน้าที่อยู่ตรงข้ามกันจะ ไม่ติดกัน และมักห่างกัน 1 ช่อง

ตัวอย่าง

ทรงหลายหน้าหนึ่งมี 6 หน้า และ 12 ขอบ จะมีกี่จุดยอด

วิธีทำ

  1. 1.ใช้สูตรออยเลอร์
  2. 2.แทนค่า:
  3. 3. ดังนั้น

ตอบ   จุดยอด (ตรงกับลูกบาศก์)

🎯 Key takeaways

Read it — now practise it

Generate a worksheet on this topic, or sit a timed mock paper.